เอาใจสายรักรถด้วย 11 วิธีดูแลรถให้คงทนอยู่คู่คุณไปนานๆ

0 Comments
เอาใจสายรักรถด้วย 11 วิธีดูแลรถให้คงทนอยู่คู่คุณไปนานๆ

เอาใจสายรักรถด้วย 11 วิธีดูแลรถให้คงทนอยู่คู่คุณไปนานๆ คนรักรถทุกคนต่างก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้รถของคุณยังคงสภาพดีเอาไว้อยู่คู่คุณไปอย่างยาวนาน แต่หลายๆ คนต่างก็เป็นรถที่ต้องใช้งาน จึงไม่อาจเลี่ยงสิ่งที่รถต้องเจอได้ในแต่ละวัน ดังนั้นเราจึงได้นำวิธีดูแลรถง่ายๆ กับ เอาใจสายรักรถด้วย 11 วิธีดูแลรถให้คงทนอยู่คู่คุณไปนานๆ จะมีวิธีใดบ้างไปชมกันครับ

11 วิธีดูแลรถให้คงทนอยู่คู่คุณไปนานๆ

มีหลายต่อหลายคนที่มีรถยนต์และรักมันมาก แต่ว่าการที่เราต้องใช้งานมันนั้นก็ทำให้ไม่สามารถเลี่ยงสิ่งที่รถต้องพบเจอในทุกครั้งการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเร้าภายนอกหรือภายในรถเอง อาจทำให้รถเสื่อมสภาพและสึกหลอได้ง่าย ดังนั้น 11 วิธีที่เราจะเอามาแนะนำในการดูแลรถมีดังนี้

1. ปรับแต่งรถให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน

วิธีนี้เป็นใจความสำคัญหลักของการดูแลรถ ซึ่งแน่นอนว่ารูปแบบการใช้งานรถของแต่ละคนนั้นก็แตกต่างกันออกไป อันที่จริงก็ควรลือกตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อ แต่ว่านี่แนะนำสำหรับผู้ที่มีรถอยู่แล้ว โดยการปรับแต่งรถให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานนั้นมีดังนี้ เปลี่ยนยางให้เหมาะกับสภาพถนนที่ตนใช้งาน การปรับสภาพรถในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับรถให้สูงขึ้นเพื่อใช้ในถนนลูกรัง เพื่อลดความเสียหายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับตัวรถ รวมไปถึงอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับผู้ขับขี่เอง

2. ตรวจเช็คสภาพลมยางอยู่สม่ำเสมอ

เป็นวิธีง่ายๆ ที่ควรทำเป็นอย่างมากสำหรับคนที่รักรถ เพื่อไม่ให้ยางของรถคุณนั้นเสื่อมสภาพ ก็ควรตรวจเช็คสภาพยางและลมยางให้มีปริมาณพอเหมาะอยู่เสมอ ไม่อ่อนหรือแน่นเกินไป  เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ด้วย รวมไปถึงรถที่คุณรัก ควรตรวจเช็คลมยางทุกครั้งก่อนใช้งาน และตรวจเช็คสภาพยางอย่างต่ำ 2-3 ครั้งต่อเดือน นอกเหนือที่จะไม่ทำให้ยางเสื่อมสภาพไว คนขับขี่และผู้โดยสารปลอดภัยแล้ว ยังทำให้รถประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย

3. ล้างรถเป็นประจำ

เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างมาก นากจากฝานโคลนจะทำให้รถคุณดูหม่นหมอง ดูเก่าลงไปแล้ว มันอาจจะแทรกซึมเข้าไปในส่วนสำคัญต่างๆ ในตัวรถ ทำให้ก่อเกิดความเสียหายได้ อย่างเช่นเม็ดทรายที่เข้าไปในลูกปืนต่างๆ มันจะทำหน้าที่เป็นกระดาษทรายชั้นดีที่ค่อยๆ กัดกร่อนรถของคุณให้เสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ ดังนั้นควรล้างรถเป็นอย่างดีเดือนละ 1-2 ครั้ง หรือมากกว่านั้นได้

ล้างรถ

4. ใช้ผ้าคลุมรถเมื่อไม่ได้ใช้งาน

เพื่อป้องกันฝุ่นที่มาเกาะจับรถของคุณจนให้รถดูเก่า และในส่วนนี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องล้างรถอยู่บ่อยครั้ง นอกจากฝุ่นแล้วมันก็จะรวมไปถึงสิ่งปฏิกูลของสัตว์ต่างๆ ได้แก่ ขี้จิ้งจก ขี้ตุ๊กแก ขี้นกต่างๆ รวมไปถึงป้องกันความมือบอลของคนเองที่จะมาขีดเขียนรถของคุณ

 5. หมั่นทำความสะอาดภายในรถ

ซึ่งในที่นี้ได้แก่การดูดฝุ่น ซักเบาะต่างๆ เพื่อให้หนังหรือผ้าหุ้มเบาะไม่เสื่อมสภาพแตกร่อนและขาดเร็ว ซึ่งถ้าเป็นเบาะหนังแนะนำให้ใช้น้ำยาเคลือบดูแลหนังให้เป็นอย่างดี ไม่อย่างนั้นท่านจะประสบปัญหาเบาะแตกลายงาและเสื่อมสภาพลงในที่สุด

6. เปลี่ยนถ่ายของเหลวเมื่อครบกำหนดเปลี่ยนถ่าย

นอกจากน้ำมันเครื่องแล้วรถยนต์นั้นมีส่วนที่ต้องเปลี่ยนถ่ายของเหลวหลายจุด เช่น หม้อน้ำ หรือถ้าเป็นรถยนต์เกียร์กระปุกก็จะมีน้ำมันเกียร์ ดังนั้นในส่วนนี้ควรตรวจเช็คกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งใจความหลักนั้นก็คงเป็นส่วนของน้ำมันเครื่อง ที่ต้องเปลี่ยนอยู่บ่อยครั้ง ในระยะที่ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องนั้นก็จะขึ้นอยู่กับเกรดของน้ำมันเครื่องด้วย เช่น น้ำมันเครื่องเกรดธรรมดาก็ควรเปลี่ยนที่ 7,000-7,500 กิโลเมตร น้ำมันเกรดกึ่งสังเคราะห์จะมีระยะทางควรเปลี่ยนอยู่ที่ 10,000-15,000 กิโลเมตร และน้ำมันเครื่องเกรดสังเคราะห์ จะมีระยะทางที่ควรเปลี่ยนอยู่ที่ 15,000-20,000 กิโลเมตร

เปลี่ยนถ่ายของเหลว

7. ตรวจเช็คแบตเตอรี่

โดยตรวจเช็คจากสภาพภายนอกของแบตเตอรี่ก่อนว่ามีคราบเกลืออยู่หรือไม่ ถ้าหากมีให้ทำการเช็ดล้างให้สะอาดโดยระมัดระวัง เช็คขั้วของแบตเตอรี่ว่าหลวมหรือมีรอยไหม้หรือไม่ เช็คน้ำกลั่นของแบตเตอรี่หากเป็นแบตเตอรี่แบบเปียก เพื่อที่รถของคุณจะได้ไม่ประสบปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม

8. ติดฟิล์มกันรอย

ซึ่งการติดฟิล์มกันรอยนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากในปัจจุบัน ถ้าหากใครเป็นคนที่รักรถมากด้วยล่ะก็ ควรพารถของคุณไปติดฟิล์มโดยด่วน เพื่อป้องกันหินกรวดดีดโดนกระจกหรือส่วนต่างๆ ของรถ ฟิล์มจะทำหน้าที่รับความเสียหายแทนสีของรถคุณที่จะหลุดลอกและเป็นรอย

ติดฟิล์มกันรอย

9. ตรวจเช็คสภาพหัวเทียน

หัวใจหลักที่จะช่วยให้รถของคุณขับเคลื่อนไปได้นั่นก็คือไฟจากหัวเทียน ดังนั้นการตรวจเช็คหัวเทียนเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำอย่างมาก เมื่อขันเช็คแล้วพบว่าหัวเทียนมีสภาพไม่ดีก็ควรเปลี่ยน เพราะการที่จะทำให้หัวเทียนกลับมาใหม่อีกครั้งนั้นทำได้ยาก และประสิทธิภาพการใช้งานนั้นไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน โดยระยะการตรวจเช็คหัวเทียนจะอยู่ที่ 48,000 – 64,000 กิโลเมตรต่อ 1 ครั้ง

10. ตรวจเช็คระบบไฟทั่วรถอยู่เสมอ

เนื่องจากหลายๆ คนไม่ได้สังเกตว่าไฟรถตัวเองติดหรือไม่ติด เช่นตำแหน่งไฟท้ายที่ควรติดอยู่ตลอดเวลาในการขับขี่ ไฟเลี้ยว และอื่นๆ เพราะส่วนมากรถยนต์รุ่นเก่าๆ จะใช้หลอดไฟแบบหลอดใส้ ซึ่งมันเสื่อมสภาพได้ง่าย ต่างจากรถยนต์ยุคปัจจุบันที่ใช้หลิด LED ที่ทนทาน และเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่คุณไม่อาจคาดคิด ทำให้รถเสียหายรวมไปถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่

11. หมั่นฟังเสียงของรถเป็นประจำ

เพราะเราจะสังเกตได้ถึงความผิดปกติของรถได้ หากเราได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นชินหู ถ้าหากได้ยินเสียงที่ผิดปกติ ให้รีบนำรถเข้าพบช่างหรือศูนย์ซ่อมด่วนหากไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ถ้าหากยังนิ่งเฉยกับสิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้รถที่คุณรักไม่อาจอยู่ต่อไปกับคุณได้นาน

เข้าศูนย์

การที่คุณหมั่นดูแลใส่ใจรถเป็นอย่างดีนั้น รถของคุณก็จะตอบแทนคุณด้วยการอยู่กับคุณไปตราบนานเท่านาน และการดูแลตาม 11 วิธีดูแลรถให้คงทนอยู่คู่คุณไปนานๆ นี้ ก็จะช่วยให้รถที่คุณรัก มีสภาพสมบูรณ์อยู่เสมอ

มาต่อกันกับบทความน่ารู้ในยุคนี้กับ อาหารช่วยลด “ผลข้างเคียง” หลังฉีดวัคซีน “โควิด-19” ใครที่ฉีดมาแล้วก็อย่าลืมสิ่งที่เราแนะนำไปด้วยนะ เพราะเราห่วงใยคุณ!

หากใครที่กำลังมองหารถใหม่ ทางเราขอแนะนำ ใหม่ All-new Honda Civic 2022 ประกาศราคาอย่างเป็นทางการแล้วที่ญี่ปุ่น 2022 นี้มาไทยแน่นอน รับรองไม่ผิดหวัง